| HomE | NewS | TripS | WebBoArD | GuestBook | LinkS | US |

หลายๆคนคงเคยเห็นภาพขาวดำที่สวยๆแล้วอยากถ่ายขาวดำมั่ง พอลองถ่ายแล้วเอาไปล้างอัดตามแลปต่างๆ ปรากฏว่าได้ภาพสีเทาๆมาแทน ราคาก็แพงกว่าอัดสี 2-3 เท่า คุณภาพที่ได้ไม่ประทับใจจ๊อดเอาซะเลย แต่ไม่รู้เรื่อง คิดว่ามันคงเป็นแบบนี้มั๊ง เพราะเมื่อก่อนผมก็เป็นแบบนี้แหละ ผมเองลองอยู่ 2 ม้วน แล้วก็ล้มเลิกความตั้งใจไป ที่ผมว่ามานี่ ไม่ได้ว่าแลปเค้าไม่เก่งหรือทำไม่เป็นนะครับ แต่มันมีปัญหาเรื่องต้นทุน เข้ามาเกี่ยวข้อง ร้านค้าลงทุนต้องทำกำไรให้ได้มากๆ น้ำยาที่ผสมไว้ก็จะต้องใช้ให้คุ้มค่าที่สุด ใครที่ได้น้ำยาที่ผสมใหม่ครั้งแรกก็จะได้ฟิล์มที่มีคุณภาพหน่อย ต่อๆไปคุณภาพก็ลดลงไปเรื่อยๆ เลยทำให้ ไม่ได้ฟิล์มที่มีคุณภาพพอที่จะอัดรูป ให้สวยๆได้ แล้วตอนอัดก็ต้องอัดแบบเซฟต้นทุนที่สุด นี่แหละคือที่มาของภาพสีเทาๆ แต่ก็มีหลายๆร้านที่เค้าเน้นคุณภาพ ผลงานดี แต่ ราคาก็จะสูงตามคุณภาพไปเลย

เพราะเหตุนี้คนที่ชอบถ่ายภาพขาวดำมักจะล้างอัดเอง ควบคุมคุณภาพด้วยตัวเองไงละจ๊ะ ล้างฟิล์มดีได้ฟิล์มที่มีคุณภาพ การทำงานขั้นตอนต่อๆไปก็จะง่ายขึ้นด้วยจ้า แล้วต่อไปคุณมีความชำนาญมากขึ้น คุณจะสั่งมันได้ มันจะทำตามใจคุณทุกอย่างเลย (อย่าคิดไปไกลล่ะ) ไอ้ที่ว่าสั่งมันได้ ตามใจยังไง ผมว่าต้องมีคนสงสัยแน่ๆเลย ว่าคนเขียนมันบ้ารึเปล่า (คนเขียนไม่บ้าครับแค่บ๊องๆ นิดหน่อย) ที่ว่าสั่งมันได้ คือเวลาเราจะให้มันเพิ่มคอนทราส หรืด ลดคอนทราส กี่สตอป มันก็จะตามใจคุณ
แต่บทความนี้ผมจะเน้นเฉพาะมือใหม่หัดล้าง ผู้เริ่มสนใจ เป็นการล้างฟิล์มขาวดำแบบแรกเริ่มเลย เพราะอ่านเจอตามเว็บบอร์ดต่างๆ อยู่บ่อยๆว่า ล้างฟิล์มขาวดำเค้าทำกันยังไง ยุ่งยากไม๊ มีขั้นตอนแบบไหน ใช้อะไรมั่ง จะได้รู้กันไปเลยว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด แล้วชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น

ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่าเราจะต้องใช้อุปกรณ์อะไรกันมั่ง

Tank+Reel จำเป็นต้องใช้ครับมีแบบ สแตนเลส กับ แบบพลาสติก
ผมขอฟันธงให้ใช้แบบพลาสติกไปเลยครับ โหลดฟิล์มง่ายกว่าแค่เอาฟิล์มเข้าร่องแล้วหมุนไปหมุนมาจนสุด โอกาสโหลดฟิล์มเสียน้อยกว่า (เวลาใช้เสร็จให้เอาแปรงสีฟันเก่าๆ จุ่มน้ำสบู่ถูตามร่องของมันเท่านี้ เวลาใช้ครั้งต่อไปโอกาสโหลดฟิล์มติดก็จะไม่มีเลย)ใช้ได้ทั้งฟิล์ม 135 และ ฟิล์ม 120ได้เลย เวลาจะใช้กับฟิล์ม 120 ก็แค่ใส่ให้ตรงล๊อคที่ใช้กับฟิล์ม 120เท่านั้นเอง
ส่วนแบบสแตนเลส จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกครับ ต้องใจเย็นๆกับมันสักนิด ถ้าใจร้อนรีบๆทำอ่ะได้เรื่องทุกที แล้วไอ้เฟรมที่เสียมักเป็นภาพที่เรารู้สึกดีด้วย เป็นอย่างงี้ทุกครั้งเลย แล้วผมว่าร้อยละ99 ของมือใหม่ที่โหลดฟิล์มด้วย Reel สแตนเลส ครั้งแรก จะต้องได้ฟิล์มที่ติดกันเป็นที่ระลึก

วิธีโหลด Reel สแตนเลส ให้ตัดฟิล์มตรงๆแล้วบากมุมทั้งสองข้างเล็กน้อย แล้ว นำไปหนีบที่แกนกลางของ Reel สแตนเลส บีบฟิล์มให้โก่งตัวเล็กน้อยแล้วใช้มืออีกข้างค่อยๆหมุน Reel สแตนเลส ไปเรื่อยๆ ทำแบบใจเย็นๆจนหมดฟิล์ม ระวังอย่าให้ฟิล์มติดกัน ไม่แน่ใจ ให้โหลดใหม่ครับ
(ขนาดผมแน่ใจมันยังติดกันเลย ฮือฮือ หรือเป็นเพราะดวงของเราไม่ถูกโฉลกกับมัน แน่ๆเลย) ก่อนลงมือทำจริงควรซ้อมให้คล่องมือหน่อยนะครับ ทั้งสองแบบเลยจ้า

-กระบอกตวงน้ำยา อันนี้ก็จำเป็นครับ ผมให้ความสำคัญกะมันค่อนข้างมาก เลือกใช้แบบที่ได้มาตรฐานมีใบรับรอง เพราะมันจะทำให้เราผสมน้ำยาได้มาตรฐานทุกครั้ง ไม่แกว่งไปกับแกว่งมา ไม่โย้ไปกับโย้มา แม่งูเอ๋ย...เฮ้ยยย เริ่มเพี้ยนอีกแล้วเรา

 

 

 

 

ปรอทวัดอุณหภูมิ อันนี้ก็สำคัญครับเป็นตัวกำหนดโชคชะตาของฟิล์มเหมือนกัน วิธีเลือกซื้อกะเลือกใช้ ผมจะเลือกแบบที่อุณหภูมิขึ้นเร็วลงเร็ว ทนไม้ทนมือ มีที่หมุนปรับตั้งค่าได้ อย่าเห็นแก่ของถูกเพราะอีกหน่อยคุณเริ่มจริงจัง คุณจะต้องเสียตังค์ซื้อใหม่

 

 

นาฬิกาจับเวลา หาแบบดิจิตอลได้ก็ดีครับ เลือกแบบที่ดูง่ายๆ หรือถ้าจะใช้นาฬิกาธรรมดาแบบที่เป็นเข็ม ก็ควรมีเข็มวินาทีด้วย ก็ต้องจำแม่นๆว่าเริ่มเท่าไหร่จบที่เท่าไหร่คิดดีๆ จดไว้ด้วยก็ดีนะ จะได้ไม่สับสน ถ้าสับสนมันจะส่งผลทำให้ชีวิตเราสับสนไปด้วยชั่วขณะนึง อ่ะ

 

 

-ถุงมืด ดูแล้วคล้ายๆเสื้อ สีดำ หาที่สวมไม่เจอสอดแต่มือเข้าไปได้อย่างเดียว อันนี้อยากจะแนะนำคนที่เจอความมืดแล้วจินตนาการไปต่างๆนาๆ ให้ซื้อใช้ครับเพราะจะมีประโยชน์มหาศาลไม่ทำให้เราช๊อคตายคาความมืดไปก่อนโหลดฟิล์มเสร็จ ให้เลือกแบบใบใหญ่ๆเข้าไว้ เวลาใช้จะได้ไม่อึดอัด อืมม แต่ถ้าเป็นสาวๆวัยรุ่นสมัยนี้คงเลือกแบบเล็กๆฟิตๆ ยิ่งรัดมากเท่าไหร่ยิ่งชอบ เอิ๊กกกๆ พูดแล้วน้ำยายไหย

 

 

-อุปกรณ์จิปาถะต่างๆเช่น
-กรรไกร หาขนาดเล็กหน่อยตัดฟิล์มขาดได้ก็พอแล้ว
-ที่ดึงฟิล์ม ถ้าจะซื้อ ซื้อที่ดีๆหน่อยนะครับ มองข้ามชอต ของจีนแดงอันละ90บาทไปได้เลย
หรือใช้หางฟิล์มที่เหลือๆ แปะกาวสองหน้าแบบบางๆก็ได้ครับ กาวเสื่อมก็ลอกออกแปะใหม่อย่าไปดูถูกว่ามันกระจอกนะครับ ฟิล์มที่ ใช้ไปแล้วเหลือไม่ถึงครึ่งม้วน ต่อให้ที่ดึงฟิล์มอันละ 1000 ยังดึงไม่ออกเลยยยย ถ้าไม้ได้มันต้องทุบกลักฟิล์มให้มันแตกสถานเดียว ฮึ่มฮึ่ม
-ฟองน้ำที่ใช้สำหรับเช็ดฟิล์ม ขอย้ำ!! ฟองน้ำที่ใช้เช็ดฟิล์มนะครับ
-ที่หนีบฟิล์มตาก

 

น้ำยาสร้างภาพ (Delveloper)

มีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ มีทั้งแบบสำเร็จรูปหรือแบบที่ ต้องชงเอง น้ำยาแต่ละตัวแต่ละยี่ห้อ เวลาล้างก็ไม่เท่ากันด้วยนะ มันขึ้นอยู่กับการตั้ง ISO ฟิล์ม อุณหภูมิที่จะใช้ล้าง สำหรับมือใหม่ ผมแนะนำให้ใช้แบบสำเร็จรูปไปก่อน เพราะสะดวก รวดเร็ว ควบคุมขั้นตอนได้ง่าย รอวิทยายุทธ์ แก่กล้า แล้วน้ำยาตัวเดิมที่ใช้อยู่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของคุณได้ ค่อยลองผสมน้ำยาใช้เองดูครับ วิธีเลือกซื้อ ผมแนะนำให้ดูยี่ห้อที่หาซื้อได้ง่ายๆ ล้างฟิล์มได้ทุกประเภท และยี่ห้อที่เพื่อนๆของเราใช้กัน(ยี่ห้อที่เพื่อนเราใช้อยู่ และอยู่ใกล้บ้านเรา แล้วก็เก่งกว่าเราจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ) แหะแหะ

น้ำยาหยุดภาพ (Stop Bath)

ไม่แนะนำให้ใช้น้ำเปล่าครับเพราะมันไม่ได้หยุดการสร้างภาพอย่างแท้จริง สิ่งที่เราต้องการคือให้มันหยุดการสร้างภาพ วิธีเลือกซื้อ เลือกแบบกลิ่นบางเบาที่สุดครับหรือถ้าใครอยากจะประหยัดก็ใช้กรดน้ำส้ม 28% ( Acetic acid ) 48 ซีซี ผสมน้ำ 1000 ซีซี ก็ได้ แต่กลิ่นรุนแรงหน่อยเท่านั้นเองครับ

น้ำยาคงสภาพ (Fixer) เป็นน้ำยาที่หยุดการไวแสงของฟิล์ม ทำให้มันคงสภาพได้ในสภาวะที่โดนแสง วิธีเลือกซื้อ ก็เลือกแบบกลิ่นบางเบาที่สุด และอย่าเห็นแก่ของถูก เห็นว่าขวด 1 ลิตรเท่ากันราคาถูกกว่าเยอะ เลยคว้ามาเลย ฮิฮิ แล้วน้ำตาจะเช็ดหัวเข่า ลองเทียบปริมาณการผสมกับราคาดูดีๆนะคร๊าบบบ

Photo Flo ( Kodax )เป็นน้ำยาที่ช่วยลดแรงตึงผิวของฟิล์ม ทำให้ขจัดคราบน้ำ และช่วยป้องกันเชื้อราได้ด้วย อันนี้แนะนำให้หุ้นๆกันซื้ออ่ะครับ เพราะมันผสม 1:200 เลย (มีแบบที่ผสม 1:600 เลยก็มี) ขวดนึงใช้คนเดียวไม่หมดแน่ๆ ขนาดผมเอามาผสมใส่ที่ฉีดน้ำกระจกรถยนต์ป่านนี้เพิ่งพร่องไปครึ่งขวดเองอ่ะ

เราก็รู้แล้วว่าต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง มาเริ่มวิธีล้างกันเลยดีกว่า
-โหลดฟิล์มใส่ Reel แล้วเอาใส่ Tank ปิดฝาให้แน่น จบขั้นตอนที่1 เป็นยังไงครับขั้นตอนแรกสั้นดีไม๊ครับ คิกคิก (ลองดูภาพประกอบวิธีและขั้นตอนการโหลดฟิล์ม)


ก่อนเริ่มทำการโหลดฟิล์ม ควรตรวจดูว่าอุปกรณ์ให้ครบเรียบร้อย สิ่งที่สำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งคือต้องแน่ใจว่าเราทำการโหลดฟิล์ม ในห้องที่แสงลอดผ่านเข้ามาไม่ได้ ไม่ใช่เพียงแต่ใช้ ความรู้สึกว่าห้องนั้นมืด ไม่เช่นนั้นฟิล์มของคุณมีโอกาสสูงที่จะ Fog

รูปสาธิตนี้ เราเลือกใช้ฟิล์ม 35 มม. กับReelพลาสติก รวมถึงการใช้Reelสแตนเลส ด้วย ส่วนการโหลดฟิล์มด้วย Reelสแตนเลส นั้น เวลาโหลดต้องเพิ่มความระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาฟิล์มติดกัน
รูปขั้นตอนในห้องมืดวิธีโหลดฟิล์มเข้าReelพลาสติก

ตัดมุมที่ขอบปลายทั้งสองข้างของฟิล์มเพื่อช่วยให้โหลดฟิล์มได้สะดวกขึ้น

จับฟิล์มที่ขอบฟิลม์โดยให้อยู่ระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ ใส่ฟิล์มเข้าไปในReelอย่างช้าๆใช้ขอบด้างข้างเป็นไกด์ และระวังอย่าให้ฟิลม์หักงอ

โหลดฟิล์มโดยการหมุนReelไปข้างหน้ากลับไปกลับมา ถ้าฟิล์มติดให้ค่อยคลายฟิล์มออกมาเล็กน้อยแล้วจึงค่อยโหลดเข้าไปใหม่ หรือเอาออกมาเริ่มตั้งต้นใหม่ สำหรับฟิล์ม 120 มิล เวลาโหลดฟิล์มเราต้องใช้นิ้วโป้งช่วยดันเข้าไปช้าๆ

หลังจากที่โหลดฟิล์มแล้ว ก็ตัดฟิล์มออกจากกลัก

นำฟิล์มที่โหลดเสร็จแล้วใส่ลงไปในTank (ตามรูป) ปิดล็อคฝาTankให้สนิทเพื่อป้องกันแสงเข้า หลังจากนั้นก็สามารถเปิดไฟได้



ส่วนการโหลดฟิล์มด้วยReelสแตนเลส เราไม่สามารถปรับขนาด และที่ Reelก็ไม่มีขอบไกด์ด้านข้าง ดังนั้นการโหลดฟิล์มต้องอาศัยอาศัยการฝึกฝนสักนิด

ขั้นแรกยึดปลายด้านหนึ่งเข้ากับคลิปสปริงที่แกนกลางของReel

จากนั้นก็บีบฟิล์มให้โก่งตัวเล็กน้อยแล้วใช้มือค่อยๆหมุน Reel สแตนเลส ไปเรื่อยๆ โดยฟิล์มจะเข้า จากด้านในออกสู่ด้านนอก ทำจนกระทั้งโหลดฟิล์มหมดม้วน ตัดกลักฟิล์มออก ขั้นตอนที่เหลือทำเหมือนกับการโหลดฟิล์มในวงล้อพลาสติก

ต่อไปก็ผสมน้ำยาทั้ง 3 ตัว น้ำยาสร้างภาพ (Delveloper) ;น้ำยาหยุดภาพ (Stop Bath) ; น้ำยาคงสภาพ (Fixer)ให้ได้ตามอัตราส่วน และอุณหภูมิ ของน้ำยาที่ใช้
ตัวอย่าง ผมจะล้างฟิล์ม 135 มม. ซักม้วนนึง ผมจะต้องผสม
Delveloper HC-110 สมมุติต้องใช้ di-b ผสม1+7หมายถึงน้ำยา 1 ส่วนผสมกับน้ำเปล่า 7 ส่วน ฟิล์ม135 มม.ใช้ 300 ซีซี เท่ากับ 300 หาร 8 จะต้องใช้น้ำยา HC-110 เท่ากับ37.5 ซีซี + น้ำ เท่ากับ 262.5 ซีซี อุณหภูมิ 20 องศา
Stop bath ผสม1+9 เท่ากับน้ำยา Stop bath 15 ซีซี + น้ำ 285 ซีซี อุณหภูมิ 20 องศา
Fixer ผสม1+5 เท่ากับ น้ำยา Fixer 50 ซีซี + น้ำ 250 ซีซี อุณหภูมิ 20 องศา

ก่อนอื่นต้องเตรียมน้ำให้มากพอที่เราจะใช้ผสมและต้องให้เหลือน้ำเปล่าอีก 300 ซีซี อุณหภูมิ ให้ต่ำกว่า 20 องศาเล็กน้อย อาจจะเป็นซัก 18-19 องศา เผื่อ ผสมกับน้ำยาต่างๆแล้วมันจะได้ 20 องศาพอดี ส่วนที่สำคัญ คือการควบคุมอุณหภูมิ เราต้องหาวิธีคุมอุณหภูมิให้ได้ 20 องศา ขั้นตอน Delveloper สำคัญที่สุด ต้องหาวิธีคุมอุณหภูมิให้ได้ อาจจะใช้ถาด ใส่น้ำเย็น หรือน้ำแข็ง แล้วเอาTank ลงไปแช่ไว้ (ระวังน้ำยาเย็นเกินไปด้วยนะ) ควรทดสอบก่อน และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ต้องโหลดฟิล์มก่อนผสมน้ำยาต่าง เพราะถ้าผสมน้ำยาก่อน แล้วมานั่งโหลดฟิล์ม มีหวังอุณหภูมิของน้ำยาเปลี่ยนไปก่อนแน่ๆ เมื่อเตรียมน้ำยาต่างๆเสร็จแล้ว

-ก็เริ่มล้างได้เลยโดย ใช้น้ำเปล่าอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 20 องศาเล็กน้อย(หรือต่ำกว่าอุณหภูมิที่ใช้งานจริงเล็กน้อยซัก 1-2 องศา) 300 ซีซี เทลงใน Tank ที่บรรจุฟิล์มแล้วเขย่าเบาตลอด 30 วินาที เสร็จแล้วเทน้ำเปล่าออก ขั้นตอนนี้ทำเพื่อขจัดฝุ่นที่เกาะอยู่บนฟิล์มและปรับอุณหภูมิของ Tank ให้เย็นลง พร้อมรับขั้นตอนต่อไป

-เติม Delveloper ลงไป จับเวลา เขย่าตลอด 15 วินาทีแรก ต่อไป เขย่า 5 วินาที ทุกๆ 30 วินาที จนครบเวลาที่กำหนด เทน้ำยาออก

-เติม Stop bath ลงไป เขย่าตลอด 30 วินาที เทน้ำยา Stop bath ออก

- เติม Fixer ลงไป เขย่า บ่อยๆ (เมื่อยก็พัก) จนครบเวลา เทน้ำยาออก เอาไปรันน้ำ อีก 30 นาที(ไม่ใช่แช่ฟิล์มในน้ำเฉยๆนะครับ จะต้องเปิดน้ำเพื่อไล่ Fixer ออกให้หมด เปิดน้ำเบาๆหน่อยก็ได้ครับ)

-เมื่อรันน้ำครบเวลาแล้วก็ให้เอาขึ้นมาแช่ Photo-Flo (ผสม 1:200) อีก 1 นาที เสร็จแล้ว เอาฟิล์มออกจาก Reel ใช้ฟองน้ำเช็ดฟิล์มรีดฟิล์มให้แห้ง แล้วนำไปตากที่ไม่มีฝุ่นละออง (ฟองน้ำควรแช่ Photo-Flo ก่อนใช้แล้วเวลาจะใช้ก็บีบให้แห้งๆ) จบแล้ว ง่ายไม๊ครับ

ขอพูดถึงเรื่องการเขย่า Tank หน่อย ผมอยากจะแนะนำวิธีที่ผมทำอยู่ คือ ยก Tank ขึ้นมา กวนเบาๆ ไม่ต้องแรง ประมาณ 5 รอบ หรือ 5 วินาที (โดยเฉพาะตอน Delveloper) อาจจะไม่เหมือนในแบบเรียน ตำรับ ตำรา ต่างๆ แต่วิธีนี้จะช่วยให้ได้เกรนที่ละเอียดขึ้น

เวลาที่ใช้ในการล้างฟิล์มนั้น สำหรับมือใหม่ อาจจะทำตามที่กล่องฟิล์มไปก่อน คอยจดบันทึก ดูผลลัพธ์ที่ได้แล้วค่อยๆปรับไป หรือจะถามสูตรการล้างจากเพื่อนๆของเราที่ล้างฟิล์มได้ Normal กันแล้ว แล้วเอามาปรับให้เป็นมาตรฐานของเราเอง ก็ได้ครับ
จบแล้ว โชคดีนะครับ ขอให้มีความสุขกับการล้างฟิล์ม

 

 



Copyright ? 2003 webmaster@photohobby.net . All rights reserved.
Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited