| HomE | NewS | TripS | WebBoArD | GuestBook | LinkS | US |

สวัสดีครับ พูดถึงการทำให้ภาพคมชัดขึ้น หลายๆคนที่ใช้ photoshop บ่อยๆ
มักจะนึกทันที ว่าต้องใช้ sharpen บ้าง ใช้ un sharp บ้าง
ซึ่งทั้งสอง filer ของphtoshop ก้อทำงานได้ดี พอสมควร
แต่..เทคนิคที่ผมจะนำเสนอในวันนี้ เป็นอีกเทคนิคหนึ่ง ลองเป็นทางเลือกกันดูนะครับผม
จั่วหัวเรื่องมาแต่ ไกล ว่า Lab Color คืออะไร
หลายคงคงงง
ว่า Lab คืออะไรกันแน่มันมีอะไรเห็นมันอยู่หลายครั้งแล้ว ใน Photoshop

ซึ่งใน photoshop เองก็ support mode สี ต่างๆในคอมพิวเตอร์ได้หลายแบบ Lab color ก้อ เป็นอีกหนึ่งโหมดสี ซึ่ง แยกส่วนโดยแบ่งเป็น
Lightness คือส่วนมืดส่วนสว่าง
ส่วนของสี A = (green-red axis) และ B =
(blue-yellow axis) ซึ่งแต่เดิม ซึ่งความหมายลึกๆ ของ ส่วน B และ A ผมเองยังก็ยังงงๆ อยุ่ถ้าค้นคว้าลึกลงไปเกรงจะงงกันก่อน ขอละไว้พูดกันในวันหลังแล้วกันนะครับ
กลับมาที่ ข้อแตกต่าง ของ Lab กับระบบสี เดิมที่เรารู้จักกันดี
RGB คือแยกสี แดง เขียว และน้ำเงินตามแม่สีของแสง
ข้อดีของ ระบบสี แบบ Lab color คือ ให้ค่าสีได้ (color range ) กว้างว่า RGB มากและค่อนข้างเที่ยงตรงกว่า
ระบบ Lab color เลยมักถูกนำมาใช้ เป็นค่ามาตรฐานในการ ทำระบบจัดการสี (color management
หรือ ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า CMS

 


ฟังเรื่องชวนเวียนหัวมาแล้ว ขอวกกลับเข้าเรื่องที่จะนำเสนอเลยแล้วกัน

ก่อนอื่นเรามาดูตัวอย่างภาพที่ได้จากระบบสี Lab กันก่อนดีกว่า
นี่คือภาพ chanel สี ต่างๆที่ได้จากการ ใช้ mode Llab color
จะเห็นได้ว่า ภาพได้ถูกแบ่ง ออกเป็นสามส่วน
คือ ส่วน lightness คือส่วนมือส่วนสว่าง ของภาพ
และอีกสองส่วน A และ B คือส่วน ของสี

 

 

 

อ้าว! แล้วเราจะใช้ประโยชน์จากมันได้ยังไงละ? หลายคงสงสัย ผลรวมเมื่อดูภาพรวมๆ ก็มิได้แตกต่างจาก RGB แต่อย่างใด แต่ ข้อดีที่เราได้คือ เราแยกส่วนที่เป็นขาวดำของภาพออกมาได้ ถ้าเราจัดการเฉพาะส่วนที่เป็นขาวดำให้คมขึ้น โดยไม่ได้ ทำอะไรกับส่วนที่เป็นสีเลย ฉะนั้น การไล่โทนของภาพและ ความนุ่มนวลของสีจะยังคงอยู่
แต่ ความคมชัดเพิ่มขึ้นได้โดยจัดการเฉพาะส่วนที่เป็น ความมืดความสว่างเท่านั้น จริงไหมครับ !
ว่าแล้วลงมือทำกันเลยดีกว่าพูดมาก เดี๋ยวก็จะพากันงง
ขั้นที่ 1 ก็เริ่มโดย เลือกเฉพาะส่วนของ lightness กันเลยโดยคลิกที่ Channel palette เลือกเฉพาะส่วน lightness
แล้ว ก็ลงมือใส่ sharpen หรือ unsharpmask กันได้เลย
ปรับแต่งตามใจชอบ ให้มันดูคมขึ้นตามเห็นสมควรกันแล้วกัน
งานนี้ปรับแต่งได้ตามใจเพราะจะไม่กระทบถึงเรื่องสีแน่ๆจะคมขึ้นเฉพาะส่วนที่เป็น ความมืดความสว่างเท่านั้น !

พอเสร็จขั้นตอนนี้


ง่ายๆ แค่นี้ เสร็จแล้วจะ convert กลับเป็น RGB color อีกรอบ ก็ยังไม่เสียหายอะไร
เพราะค่าสีของ Lab กว้างกว่า RGB ทำให้การแปลงกลับไปกลับมาไม่สูญเสียสีเหมือนกับตอน
แปลงไปมาระหว่าง RGB > CMYK


เรามาดูภาพรวมกันเลยดีกว่าครับ
ภาพนี้คือภาพต้นฉบับก่อนการใส่ unsharpmask เฉพาะ lightness ใน LAB color mode

 

 

 

 

 

 

 

ภาพต้นฉบับ

 

 

 

 

 

 

 

หลัง unsharpmask ใน Lab

 

 

 

 

 

 

การใช้ unsharpmask ใน RGB chanel ปกติ


จากภาพทั้งสามจะเห็นได้ว่าภาพที่สอง ที่เราใส่ unsharpmask เฉพาะในส่วนของ lightness จะยังคงให้โทนสีที่ดี ใกล้เคียงกับภาพต้นฉบับ
แต่เหมือนถูกเร่งคอนทราสขึ้นมานิดหน่อย
แต่ภาพที่ใส่ unsharpmask ปกติ สีในส่วนฉากหลังจะมีการเปลี่ยนแปลงไปการไล่โทนสี ให้ดูแข็งขึ้น กว่าภาพที่สอง
ซึ่งทั้งสองภาพผมใส่ unsharpmask ด้วย ค่าเดียวกัน

จากเทคนิคที่กล่าวมาข้างต้น ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานต่างๆได้อีก เช่น การลด noise ในภาพ
เพราะ Lab color mode แยก chanel ออก เป็นส่วนมืด ส่วนสว่าง และอีกสองส่วน คือ ส่วนของสี
ฉะนั้น การลด noise ในภาพจากกล้องdigital ที่ตั้งค่า iso สูงๆ ก้อสามารถทำได้ โดย เลือกเฉพาะส่วนที่เป็นสี A และ B Chanel
ลองมาทำการลด noise โดยไม่ กระทบถึงส่วนมืดและส่วนสว่างของภาพ ทำให้เราสามารถลด noise โดย กระทบ ถึงความคมชัดของภาพได้น้อยที่สุด
เอาละครับผมขอทิ้งท้ายไว้แค่นี่ ที่เหลือให้ท่านงงๆ ให้เกิดความฉงนไปค้นคว้าหาเทคนิคต่างๆใน photoshop กันต่อแล้วกัน ฮ่าฮ่าฮ่า
ไว้เจอกันใน เทคนิคหน้าผมจะลองหา เทคนิค แปลกๆมาให้ท่านชวนงงเล่นกันอีก
หวังว่าสิ่งที่ผมนำเสนอมาคงให้ท่านนำไปใช้ประโยชน์ได้บ้างไม่มากก็น้อย
ถือว่าเป็นการนำประสบการณ์แชร์กัน นะครับผม

 



Copyright ? 2003 webmaster@photohobby.net . All rights reserved.
Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited