| HomE | NewS | LeArN | WebBoArD | GuestBook | LinkS | US |


       New Mexico

การเดินทางไกลครั้งแรกของฉันในอเมริกาเริ่มขึ้นจุดหมายปลายทางอยู่ที่นิวเมกซิโก(newmexico) รัฐเก่าแก่ในแอ่งทวีปอเมริกา ตามคำเชื้อเชิญของญาติๆที่พักอยู่ที่นั่น ก่อนการเดินทางต้องตระเตรียมของกันเป็นการใหญ่ เพราะเช็คสภาพอากาศในยาฮูแล้ว อากาศถึงขั้นติดลบเลยทีเดียว ว่ากันว่าปีนี้หิมะน่าจะมาเร็วด้วย ฉันเกลียดอากาศหนาว แต่ฉันก็อยากเห็นหิมะ สองอย่างนี้ต้องเลือกเอาว่าจะเอาอย่างไหนดี หนาวทนได้แต่หิมะคงไม่ได้เห็นบ่อยนักในชีวิต ฉันก็เลือกที่จะเห็นหิมะน่ะสิ ฉันจองตั๋วเครื่องบิน สายการบินโลว์คอสต์อย่าง เซาว์ทเวสต์แอร์ไลน์ (southwest airline) ต้นแบบของสายการบินราคาต่ำอย่างแอร์เอเชียบ้านเรานั่นแหละ ค่าตั๋วไปกลับ ประมาณร้อยเหรียญ คุณก็สามารถถึงนิวเมกซิโกได้ภายในเวลาสามชั่วโมง หรือถ้าอยากจะขับรถ ก็ทำได้ ขับแบบไม่หยุดพักจากแอลเอไปถึงจุดหมายก็ประมาณยี่สิบชั่วโมง อันนี้ก็แล้วแต่เลือกเอาจะต้องการแบบไหน ว่าแต่พร้อมกันแล้วหรือยังถ้าพร้อมแล้ว ออกเดินทางกันได้เลยค่ะ

ขอเมาท์ตอนนั่งเครื่องหน่อย พนักงานต้อนรับบนเครื่องพูดมากจริงๆ พูดไม่ค่อยหยุด และยังคาราโอเกะบนเครื่องอีกต่างหาก ทั้งตอนขึ้นเครื่องและตอนลง
ไม่เข้าใจว่าจะบริการแบบนี้ไปทำไม หรือเป็นเพราะคนอเมริกันยังไม่หายฝันร้ายจากเหตุการณ์กันยาวิปโยคนั่น เลยต้องกล่อมผู้โดยสารไม่ให้กลัว

และด้วยเพราะเป็นสายการบินประหยัด ทำให้เรื่องการจับจองที่นั่งหรืออะไรนั้น เหมือนการขึ้นรถเมล์บ้านเราคือ ใครมาก่อนได้เลือกที่นั่งก่อน
ดังนั้น ถ้า คุณมาสาย คุณก็จะได้นั่งท้ายเครื่องโน่น มิน่าเล่า ทำไมผู้โดยสารถึงมากันตรงเวลาเสียจริงที่สำคัญคุณอย่าหวังว่า คุณจะได้รับการบริการน้ำ หรืออาหาร ในการบินแบบราคาถูกแบบนี้เด็ดขาด ฉันชะแง้แลมองดูว่าเมื่อไหร่กันแอร์ร่างใหญ่เทอะทะ สะโพกย้วย จะเอาน้ำเอาท่ามาเสริฟ รอจนเหงือกแห้งจนมาร้องอ๋อเข้าใจว่า เขาไม่มีให้กินฟรี ถ้าอยากจะกินก็สั่งเอา เขามีบริการขายให้ แต่ราคาก็บวกค่าเสริฟบนฟ้าไปด้วยนะคะ อืม ... ฉันคิดว่านครชัยทัวร์บ้านเรายังดีกว่ามั้งเนี่ย แต่เอาเหอะ น้ำไม่กินไม่เป็นไร หลับไปตื่นเดี๋ยวก็ถึง อะเบอร์กี้ (Albuquerque) ในที่สุดเราก็มาถึงเมืองหลวงของนิวเมกซิโกจนได้ อะเบอรืกี้ เป็นเมืองใหญ่และศูนย์กลางของรัฐนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่สะดวกสบายจะอยู่ที่นี่หมด แต่ความเจริญนั้นไม่ทัดเทียมหรือเทียบเท่าแอลเอที่ฉันจากมาเมื่อสามชั่วโมงนี้ได้เลย .. ฉันรับรู้ได้เลยถึงสภาพบ้านเมือง ที่ให้ความเป็นประวัติศาสตร์และมีแบบฉบับหรือกลิ่นอายของความเป็นเมืองอยู่บ้าง และเป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกแบบนี้ เพราะฉันอยู่อเมริกามาได้เกือบปี ยังมองไม่เห็นว่าประเทศนี้จะมีคาแรคเตอร์ตรงไหน นอกเสียจากแมคโดนัลด์และเคเอฟซีเท่านั้น ผิดกับที่นิวเมกซิโกนี้ ที่ยังพอมองเห็นรากเหง้าอะไรบางอย่างได้ โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมแบบบ้านดินนั้นเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของรัฐนี้เลยทีเดียว

คืนแรก ฉันไปนอนพักที่บ้านญาติซึ่งเป็นชาวสเปน ที่นิวเมกซิโกนี้ คนเชื้อสายสเปนิชและเมกซิกันจะเยอะมากที่สุด และก็มีชาวพื้นเมืองอีกนิดหน่อยที่เรารู้จักกันว่า
"อินเดียแดง (Red Indian)" พวกนี้เป็นพวกที่เคร่งศาสนาพอสมควร และนับถือพระแม่มารี พระเยซู มาก และทุกอย่างก็ล้วนเป็นประเพณีทั้งสิ้น ดังนั้น ตามบ้านก็จะตกแต่งประดับประดาสัญลักษณ์ทางศาสนาอยู่รอบบ้านเลยค่ะ อย่างที่เห็นในภาพนี้ คือ ในห้องนอน จะมีทั้ง "หมอนแห่งความฝัน (pillow catcher) ให้เรานอนหลับฝันดี และ ตัวดักความฝัน (dream catcher) หรือตัวดักจับฝันร้าย" ติดไว้ที่ทุกห้องนอนแต่แปลกคืนนั้น ฉันนอนหลับสนิท ไม่ฝันร้าย ไม่ฝันดี .. หลับคร่อกฟี้ๆ ด้วยความเพลีย สงสัยใช้ไม่ได้ผลกับคนพุทธละมั้ง

อย่างที่บอกเอาไว้ตอนแรก เอกลักษณ์ของนิวเมกซิโก คงหนีไม่พ้นสถาปัตยกรรมแบบบ้านดิน คือ ปลูกสร้างด้วยดิน สีก็ออกเป็นสีดิบของดินเพียวๆ สร้างเป็นทรงสี่เหลี่ยมๆ คล้ายกล่อง เราจะเห็นบ้านหรืออาคารแบบนี้ทั่วไปในเมืองนี้ฉันมาช่วงที่เมืองกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสพอดิบพอดี ก็นับเป็นความโชคดีของฉันไม่น้อย เพราะคนนำเที่ยวบอกฉันว่า คืนนี้จะพาไปดูของดี สถานที่โรแมนติกที่สุด กลางวันสภาพบ้านเมืองยังแลดูน่ารักขนาดนี้ แล้วกลางคืนจะเป็นอย่างไรหนอ

ผู้คนที่นี่อัธยาศัยดีมาก ไม่เป็นคนใจร้อนหรือก้าวร้าวเช่นคนในเมืองใหญ่ๆอย่างที่ฉันเห็น เสียอย่างเดียวฉันพูดภาษาเดียวกับพวกเขาไม่ได้ คนส่วนใหญ่ที่นี่เป็นพวก ฮีสแปนิค (Hispanic) คือ เป็นพวกเชื้อสายผสม อเมริกัน-สเปนิช-เมกซิกัน เขาพูดภาษาสเปนกัน ฉันได้ฟังทีก็เหวอๆ อ้าปากหวอ แล้วภาษาอังกฤษของเขาก็จะฟังยากมากๆ เพราะน้ำเสียงจะแข็งๆตามสไตล์ภาษาสเปน

คืนค่ำโรแมนติก

อากาศยามค่ำในวันคริสต์มาสหนาวแต่ไม่เย็นยะเยือก เมืองอะเบอร์กี้ทั้งเมืองอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ ในคืนวันนั้นเองแสงเปลวเทียนสลัวๆในถุงกระดาษ วางเรียงรายตามทางเท้า ริมฟุตบาท ตลอดเส้นสาย เป็นประเพณีเก่าแก่ของคนที่นี่ เชื่อกันว่า การจุดเทียนเรียงรายตามท้องถนนก่อนเข้าบ้านนั้น เป็นการแสดงความเคารพและความยินดีที่พระเยซูจะลงมาจากสวรรค์ประทานพรให้กับทุกคนเสียงเพลงไซเลนท์ ไนท์ ดังขึ้นแผ่วเบา อากาศยามค่ำเย็นลงทุกที แต่แปลกที่ฉันกลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นในเทศกาลคริสต์มาสที่นิวเมกซิโกนี้ ...






อ่านต่อหน้า 2 >



Copyright ? 2003 webmaster@photohobby.net . All rights reserved.
Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited