|

 อีก
1 ภูที่ไปมาแล้วรู้สึกประทับใจมาก นับตั้งแต่การเดินเท้า ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ความชัน และแมลงประเภทตัวคุ่น ตัวริ้นรุมกัดตลอดทาง ไม่คิดเหมือนกันค่ะว่า
ฉันจะสามารถไปภูสอยดาวกับเค้าได้เหมือนกัน เพราะไปเที่ยวที่ไหนทีไร
ต้องมีแผลติดตัวกลับมาทุกที ประเภทที่ต้องลำบากๆ ฉันเลยไม่มีความอยากที่จะไปเท่าไหร่
แต่ก้อนะ ด้วยความที่คนชักชวนหว่านล้อมมา ทำให้ฉันตัดสินใจไปให้ได้
และครั้งนี้ฉันว่า ฉันคงได้แผล เป็นที่ระลึกติดตัวกลับมาเพียบแน่ๆ
เลย
ความเป็นมาของอุทยาน
แห่งชาติภูสอยดาวนะคะ จะตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านโคก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์
และอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่เยอะเมือนกัน ประมาณ
149,375 ไร่ จากสภาพพื้นที่ที่เป็นขุนเขาสูงสลับซับซ้อนในพื้นที่ 2
จังหวัด และความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ทำให้มีพันธุ์ไม้หลายชนิดเลยค่ะ
นอกจากนั้นยังมีไม้ดอกซึ่งจะเปลี่ยนแปลงในแต่ละฤดูกาลเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของอุทยานแห่งนี้
ครั้งนี้ที่ฉันไป จะเจอแต่ดอกหงอนนาคค่ะ
สภาพป่าโดยทั่วไปบนภูสอยดาว
จะเป็นป่าดิบเขาสลับทุ่งหญ้า และป่าสนบนสันเขาสูง ซึ่งมีที่ราบประมาณ
3,000 ไร่ โดยทั่วๆไป เป็นป่าสนสามใบ จุดสูงสุดของเทือกเขานี้สูงประมาณ
1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล เหนื่อยสุดๆ เลยค่ะกว่าจะเดินขึ้นไปถึง
ที่ราบบนสันเขาก็จะมีไม้ดอกหลากหลายชนิดขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม
จะมีนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมามากค่ะ แต่ว่าช่วงเวลาในการท่องเที่ยวที่เหมาะสมจริงๆ
จะอยู่ในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์เชียวล่ะ
สภาพภูมิอากาศบนภูสอยดาว
ค่อนข้างเย็นสบายตลอดปี เพราะมีความอุดมสมบูรณ์ของป่าธรรมชาติซึ่งมีพันธุ์ไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น
ในช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงที่อากาศค่อนข้างหนาวเย็นมาก และมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปเป็นจำนวนมากค่ะ
อย่างตอนที่ฉันไป เจอเมฆมาปะทะตลอด เป็นบรรยากาศที่ติดใจ และจำได้ไม่ลืมเลย
ที่ห่วงคือ กล้องจะไอน้ำจับตลอดเวลา ต้องคอยเช็ดและดูแลมันดีๆ นะคะ
จุดเด่นที่น่าสนใจบนภูสอยดาวนะเหรอ
ก้อจะมีทุ่งหญ้า ป่าสน และทุ่งดอกไม้ มีพันธุ์ไม้ดอกหลายชนิดตามเส้นทางเดิน
นอกจากนั้น ก็ยังมีจุดชมวิวที่สวยงามได้เห็นทัศนียภาพผ่านแนวขุนเขาของเขตจังหวัดอุตรดิตถ์
บริเวณลานสน จะเป็นที่ราบกว้างเขียวขจี มีสนสามใบ สนสองใบต้นโต ที่ยืนต้นเรียงราย
ด้านล่างจะปกคลุมด้วยหญ้าสั้นๆ
สำหรับดอกไม้นั้นจะมีดอกหงอนนาคสีม่วงอ่อน
ดอกกระดุมเงิน และดอกไม้ป่าอื่นๆหลากสี บริเวณทุ่งหญ้าก็เต็มไปด้วยดอกไม้สองข้างทางเดิน
นอกจากนั้นยังมีจุดตั้งแคมป์กางเต็นท์
 สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะกางเต้นท์บนลานสนนะคะ
ที่บนลานสนจะมีลำธารไหลผ่านกลางทุ่งสน เป็นลำธารใส สามารถใช้ในการอุปโภคและบริโภคได้
ไม่มีน้ำประปาและร้านค้านะคะ จะเอาอะไร ใช้อะไร ต้องเตรียมมาเอง ข้างบนนี้ก้อเลยบริสุทธิ์ไปซะทุกอย่างเลยจริงๆ
ค่ะ
ที่เที่ยวบนภูสอยดาว
จะมีน้ำตกภูสอยดาวด้วยนะคะ เป็นน้ำตกที่สวยงาม อยู่ริมทางหลวงหมายเลข
1268 มีทั้งหมด 5 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นล้วนแต่สวยงาม และที่บริเวณน้ำตกภูสอยดาวนี้ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคณะจะต้องติดต่อประสานงานกับศูนย์บริการฯนี้ก่อนขึ้นทุกครั้งค่ะ
น้ำตกสายทิพย์
เป็นน้ำตกที่อยู่บนลานสนและมีความสำคัญต่อนักท่องเที่ยวทุกคน เนื่องจากต้องใช้น้ำตกสายนี้ดื่มกิน
และใช้สอยในด้านต่างๆ รวมทั้งอาบด้วย น้ำตกสายทิพย์นี้มีความสูง 7
ชั้น ทางเดินขึ้น และลงตามแนวเขาค่ะ หลังฝนตกใหม่ๆ ทางจะลื่น ฉันเองก้อหกล้มจนหัวเข่าเขียวมาแล้ว
ใครจะไปก้อระวังตรงนี้ด้วยนะคะ
 สำหรับการเดินทาง
สู่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว มีอยู่ 2 เส้นทาง คือ
1.
กรุงเทพฯ-อุตรดิตถ์ เมื่อถึงอุตรดิตถ์ เดินทางต่อไปตามทางหลวงหมายเลข
1047 ระยะทาง 68 กิโลเมตร ถึงอำเภอน้ำปาดแล้วเลี้ยวขวาบริเวณโรงพยาบาลน้ำปาด
ตามทางหลวงหมายเลข 1239 ไปอีก 47 กิโลเมตร จะพบทางสามแยก(เลี้ยวซ้ายจะไปบ้านห้วยมุ่น)
ให้ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 1268 อีก 18 กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว(บริเวณน้ำตกภูสอยดาว)
2.
กรุงเทพฯ-พิษณุโลก จากพิษณุโลก เดินทางต่อไปยังอำเภอนครไทย และจากอำเภอนครไทยเลี้ยวซ้ายตามทางหลวงหมายเลข
1143 ระยะทาง 31 กิโลเมตร ถึงอำเภอชาติตระการ แล้วเดินทางต่อจากอำเภอชาติตระการไปอีก
73 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นตั้งแต่เวลา 8.00-13.00 น. นะคะ เพราะถ้าเลย
13.00 น. ไปแล้ว เส้นทางเดินที่ค่อนข้างชัน จะทำให้ถึงที่ลานสนมืดค่ำ
และเป็นอันตรายได้ค่ะ จะใช้เวลาเดินประมาณ 4-6 ชั่วโมงแล้วแต่ความฟิตของร่างกายค่ะ
ตอนนี้อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวยังไม่มีบ้านพักสำหรับให้บริการนักท่องเที่ยวนะคะ
แต่ได้จัดบริเวณสำหรับกาง เต็นท์พักแรมไว้ให้ ซึ่งตัวนักท่องเที่ยวจะต้องเตรียมเต็นท์และเครื่องนอนไปเอง
รวมทั้งอาหาร ยาประจำตัว ของใช้ส่วนตัว และน้ำดื่ม ก้อต้องเตรียมไปเองด้วยค่ะ
มีลูกหาบคอยบริการทั้งขาขึ้นและขาลงค่ะ ไม่ต้องห่วงว่าจะแบกกันตาย
อ้อ.. แต่ถ้าอยู่บนภูแล้วน้ำดื่มที่เตรียมไป เกิดหมดขึ้นมา ก้อดื่มน้ำจากน้ำตกสายทิพย์ก้อได้ค่ะ
เป็นน้ำกร่อย จะต้มก่อนก้อได้ ไม่ว่ากัน...
ถ้าได้ไปเที่ยวภูสอยดาว
อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ.
|