|
ทริปนี้เราเดินทางทั้งหมดหกชีวิตโดยเช่ารถตู้พร้อมคนขับ
เพื่อให้พวกเราได้นอนสบายๆ ไปถึงท่าเรือคระบุรีที่จังหวัดพังงา ออกเดินทางตั้งแต่หนึ่งทุ่ม
เริ่มหลับกันตั้งแต่สามทุ่ม มาตื่นรู้สึกตัวอีกทีก็
ใกล้ถึงท่าเรือคระบุรีตอนประมาณหกโมงเช้าแล้ว
ผมได้แต่ใจจดใจจ่อรอเวลาที่เรือเร็วจะออกตอนประมาณเจ็ดโมงครึ่ง เพราะหมู่เกาะสิมิลันในฝันของผมนั้นอยู่ไม่ไกลอีกแค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นเอง
นับจากนี้ไปผมคงไม่ได้นั่งพิมพ์ให้คุณอ่านว่าผมไปทำอะไรที่เกาะสิมิลันมาบ้าง
เพราะคงมีคนเขียนทำนองแบบนั้นมาเยอะแล้ว ครั้งนี้ผมอยากจะพูดถึงการเที่ยวหมู่เกาะสิมิลันที่แปลกออกไป เป็นการพูดถึงความรู้สึกนึกคิดที่หมู่เกาะสิมิลันทำให้ผมฉุกคิดอะไรแปลกๆ
ขึ้นมาได้
หลังจากนั่งจับเจ่าอยู่ในเรือเร็วมาประมาณชั่วโมงครึ่ง
ผมก็เดินทางมาถึงเกาะแปดหรือที่เค้าเรียกกันว่า "เกาะสิมิลัน"
เรือเร็วลำโตพาพวกผมวิ่งอ้อมแหลมหินเรือใบเข้ามาจอด เพื่อที่จะถ่ายคนและสิ่งของลงจากเรือไปยังเรือหางยาวสภาพเก่าๆ
ของอุทยาน การกระโดดข้ามจากเรือเร็วลำโตที่มีเครื่องยนต์ขนาดสามร้อยแรงม้าสองเครื่องติดอยู่ด้านท้าย
มายังเรือหางยาวเก่าของทางอุทยานก็คล้ายกับการกระโดดข้ามระหว่างโลกเก่าและโลกใหม่
คำกล่าวสวัสดีจากคนขับเรือและเจ้าหน้าที่อุทยานบนเรือทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความเป็นมิตรที่สังคมเมืองไม่ค่อยมี
ผมบอกได้เลยว่าตอนนั่งอยู่บนเรือเก่าลำนี้ที่ดูเหมือนจะล่มมิล่มแหล่ตอนฝ่าคลื่นเข้าหาชายหาดของเกาะสิมิลัน
ไม่เหมือนกับการนั่งคุ้ดคู้อยู่ในเรือเร็วที่แม้แต่คนขับก็ไม่รู้จักทักทาย
เมื่อผมหันมองไปยังเพื่อนรวมทางกลุ่มอื่น ในขณะที่เรือกำลังโต้คลื่นเข้าสู่ฝั่งผมก็เริ่มเข้าใจว่าหมู่เกาะสิมิลันนั้น
คงมีอะไรมากกว่าแค่น้ำทะเลที่ใสเหมือนกระจกกับท้องฟ้าสีคราม
|