| |
|
|
|
|||
| |
|
|
|
|
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
หลังจากได้รับการขอร้องแกมบังคับจากพี่ๆ ห้อง Minolta ในเวบพันธุ์ทิพย์ให้ช่วยเขียนเรื่องมาลงในเวบไซท์นี้เป็นเวลานานแล้ว ผมเองก็บังเอิญติดภาระเรื่องการงานและการเรียนมากพอสมควรกว่าจะเคลียร์อะไรหลายๆ อย่างได้ลงตัวก็ปาเข้าไปเป็นเดือนๆ ถึงได้มีเวลาทำตามที่ได้รับปากพี่ๆ เขาไว้ซะที มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับผม จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งใกล้ๆ กรุงเทพมหานครมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายทั้งทางธรรมชาติ ศิลปะ วัฒนธรรม หากเอ่ยชื่อวัดป่าเลไลยก์ ดอนเจดีย์ ปลาม้า ขนมสาลี่ ผมก็เชื่อว่าทุกท่านคงรู้จักกันเป็นอย่างดี จังหวัดสุพรรณบุรีในวันนี้มาความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก การเดินทางสะดวกสบายด้วยทางหลวงขนาด 4 ช่องเดินรถ (และยังมีทางหลวงช่วงที่ผ่านตัวเมืองขนาด 10 ช่องเดินรถที่มีเกาะกลางถนนตัดแต่งต้นไม้ได้สวยงามที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้) มีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ เกิดขึ้นและได้รับความนิยมไม่น้อยอย่างเช่น หอคอยบรรหาร-แจ่มใส , สวนเฉลิมภัทรราชชนนี , พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี , โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตกสุพรรณบุรี , รอยพระพุทธบาทนูนต่ำวัดเขาดีสลัก , วังมัจฉาและพระพุทธรูปนอนหงายที่วัดพระนอน (Unseen in Thailand) , หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย เป็นต้น หากแต่สถานที่ที่ผมจะขอแนะนำในครั้งนี้ออกจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ (เมื่อหลายเดือนก่อน) ที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากในขณะนี้ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มีชื่อว่า "บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ" ตั้งอยู่ที่ อ.เดิมบางนางบวช จุดดึงดูดความสนใจอยู่ที่เป็นที่ตั้งของอุโมงค์ปลาน้ำจืดแห่งแรกของประเทศไทย ทำให้ผมต้องแบกอุปกรณ์ถ่ายรูปที่มีอยู่น้อยนิดใส่ท้ายรถยนต์คันเล็กๆ ของผม สตาร์ทเครื่องขับมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางที่ห่างออกไปตามทางหลวงหมายเลข 340 (บางบัวทอง-สุพรรณบุรี) บนระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตรผ่านทุ่งนาสลับกับบ้านเรือนของคน เผลอแผล่บเดียวก็มาถึงจังหวัดสุพรรณบุรี รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความเป็นระเบียบเรียบร้อยของถนนทางเข้าจังหวัดขนาด 10 เลน เกาะกลางถนนได้รับการตัดแต่งอย่างสวยงามจนรู้สึกน่าอิจฉาที่กรุงเทพฯ เราไม่มีกับเขาบ้าง ผ่านศูนย์ราชการที่เป็นระเบียบตั้งเรียงรายอยู่ 2 ข้างทาง เริ่มเห็นป้ายแนะนำบึงฉวากฯ เป็นระยะๆ เมื่อขับรถผ่าน อ.ศรีประจันต์ มองไปทางขวาเห็นทางเข้าหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ผ่าน อ.สามชุกมุ่งหน้าต่อไปยัง อ.เดิมบางนางบวช เลี้ยวซ้ายที่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 151-152 มุ่งหน้าสู่บึงฉวากฯ เมื่อไปถึงผมก็พบว่าบึงฉวากฯ เป็นบึงขนาดใหญ่ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำท่าจีนที่เกิดการตกตะกอนทับถมมานานจนเกิดการขยายตัวออกของแม่น้ำเกิดเป็นบึงรูปโค้งขนาดใหญ่ประมาณ 2,700 ไร่ (ครอบคลุมพื้นที่ระหว่าง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี กับ อ.หันคา จ.ชัยนาท แหล่งท่องเที่ยวที่บึงฉวากฯ ประกอบด้วยศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่า (ขึ้นกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) มีอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่จะแสดงภาพรวมของบึงฉวากฯ มีนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่ามากมาย มีกรงนกขนาดใหญ่อันเป็นที่อยู่ของนกต่างๆ กว่า 30 ชนิด มีกรงเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า เช่น กรงเสือ กรงนกน้ำ กรงไก่ฟ้า กรงอูฐ กรงนกกระจอกเทศ และกรงม้าลาย แหล่งท่องเที่ยวต่อไปคืออุทยานผักพื้นบ้านเพื่อการยังชีพ (ไม่ใช่ผักสวนครัวรั้วกินได้นะครับ) เป็นที่รวบรวมผักพื้นบ้านจากทั่วประเทศไทยเพื่อให้ผู้สนใจได้ทำการศึกษาการเพาะปลูก การขยายพันธุ์ การบริโภคตลอดจนคุณประโยชน์ต่างๆ ของผักพื้นบ้านหลากหลายประเภทกว่า 500 ชนิด |
|
|
ทีนี้ก็มาถึงไฮไลท์ของการเดินทางครั้งนี้ครับ สงสัยจริงๆ ว่าอุโมงค์ปลาน้ำจืดที่ว่านี่จะเป็นอย่างไร อ้อลืมบอกไปว่าตอนที่ผมไปนั้น ที่จอดรถรอบๆ สถานที่แสดงพันธุ์สัตว์น้ำนั้นยังไม่เรียบร้อยเท่าไหร่นัก ผมต้องนำรถไปจอดริมถนนแล้วเดินเข้ามา คนที่มาดูอุโมงค์ปลานั้นค่อนข้างเยอะนะครับ บางทีก็เผลอคิดไปว่าคนไทยไม่ค่อยมีระเบียบวินัยเท่าไหร่โดยเฉพาะเรื่องการใช้รถใช้ถนน บางคนนึกจะจอดรถก็จอดไม่ดูรถที่แล่นตามมา บางคนก็ขับสวนทางรถคันอื่น บางคนก็จอดรถเกะกะแถมยังขึ้นเบรกมือไว้ด้วย เฮ่อ เห็นแล้วออกจะเหนื่อยใจ L กลับมาต่อกันที่สถานที่แสดงพันธุ์สัตว์น้ำครับ ประกอบด้วยอาคาร 2 หลังด้วยกัน อาคารหลังที่ 1 เป็นสถานที่แสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดและปลาน้ำเค็มครับ มีพันธุ์ปลาจากที่ต่างๆ มากกว่า 50 พันธุ์ได้มั้ง ![]() และปลาจากลุ่มน้ำ Amazon หน้าตาพิลึก ![]() เครื่องปรับอากาศในอาคารทำงานไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หรือเพราะว่าคนมาเยี่ยมชมเยอะไปก็ไม่ทราบได้ รู้แต่ว่าผมเดินแบกข้างตั้งกล้องไปเช็ดเหงื่อไปด้วย |
Copyright ? 2003 webmaster@photohobby.net
. All rights reserved.
Reproduction of the information contained in this web site without permission
is prohibited