สำหรับแฟนๆที่ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติป่าเขา คุณทราบหรือไม่ว่าอุทยานแห่งชาติ (National Park) แห่งแรกของโลก
และเป็นอุทยานแห่งชาติที่เก่าแก่ที่สุดในโลก คืออุทยานแห่งชาติที่ใด.......

เพื่อนำเข้าสู่เรื่องที่จะกล่าวถึงในแบกกล้องท่องเที่ยว และถ่ายภาพซับเจค ต่าง ๆ มากมาย ทั้งทิวทัศน์ สัตว์ป่า น้ำตก ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และเพื่อไม่ให้เสียเวลารอคอย ขอเฉลยล่ะกันว่าอุทยานแห่งชาติดังกล่าวคือ Yellowstone National Park, ตั้งอยู่ในมลรัฐ Wyoming ประเทศสหรัฐอเมริกา

ขอเริ่มเรื่องด้วยเนื้อหากันก่อนเดี่ยวค่อยชมจุดไฮไลท์ของอุทยานกันทีหลัง Yellowstone National Park ประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี คศ.1872 (พ.ศ. 2415)

จุดเด่นทางธรรมชาติของอุทยาน Yellowstone ก็คือหลักฐานทางธรรมชาติที่แสดงว่าอุณหภูมิใต้ผิวโลกยังคงร้อนอยู่ ได้แก่น้ำพุร้อน (Geyser) บ่อน้ำร้อน (Hot spring pool) บ่อโคลนร้อน (Hot mudpots)

นอกจากนี้ Yellowstone ยังมีแนวภูเขา แคนยอน ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวโลก น้ำตก ทะเลสาบ ดอกไม้ป่า
และสัตว์ป่านานาชนิดเดินเล่นให้ได้พบเห็นได้ทั่วไป อาทิ ควายไบซัน หมีกริซลี่ กวางป่า และนกนานาชนิด

จุดไฮไลท์ของการเที่ยวชมอุทยาน Yellowstone
แบ่งออกได้เป็น 4 โซน ได้แก่
1. Old Faithful Area
2. Norris Geyser Basin
3. Mammoth Hot Spring
4. Grand Canyon of Yellowstone

Old Faithful Area มีสิ่งที่น่าสนใจก็คือ น้ำพุร้อน Geyser และบ่อน้ำร้อนที่มีสีสันสวยงามตามแร่ธาตุที่ละลายอยู่ บางแห่งจะเป็นสีน้ำนม milky บางแห่งเป็นสีเขียวอมฟ้า น้ำพุร้อนจะมีมากมายหลายจุดในเขตพื้นที่ซึ่งมีขนาดเล็กใหญ่ต่างๆกันไป แต่ที่เด่นในพื้นที่นี้ก็เป็นน้ำพุร้อนชื่อเดียวกันกับพื้นที่ก็คือ Old Faithful Geyser เป็นน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ ที่มีการประทุบ่อยในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังสามารถคำนวณเวลาของการเกิดการประทุได้ค่อนข้างแน่นอน ว่าจะเกิดการประทุทุกๆประมาณ 76 นาที ในการประทุแต่ละครั้งจะใช้เวลานานประมาณนาทีครึ่งถึงห้านาที ตอนเกิดการประทุจะพ่นน้ำพุร้อนสูงขึ้นไปในอากาศประมาณ 30-55 เมตร

Norris Geyser Basin เป็นเขตที่มีอุณหภูมิสูงสุดและมีการเปลี่ยนแปลงสูงสุดในอุทยาน Yellowstone ในเขต Norris
จะมีเทรลให้เดินชมธรรมชาติยาวประมาณ สามกิโล ซึ่งจะสามารถพบบ่อน้ำร้อนที่มีสีต่างๆ บ่อโคลนร้อน ไอน้ำร้อนรอบตัวและทางเดิน รวมทั้งกลิ่นกำมะถันและไอของแร่ธาตุในดินและน้ำ การเดินเที่ยวในเขตน้ำพุร้อน และบ่อน้ำร้อนจะต้องเดินไปตามทางที่ทางอุทยานจัดทำไว้ให้เท่านั้น

สิ่งที่ผมชื่นชมฝรั่งอย่างหนึ่งก็คือความมีระเบียบของคนส่วนใหญ่
จึงไม่ค่อยพบเห็นการแหกคอกแหกกฎของทางอุทยานและปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่อุทยาน (Ranger) เค้าจะเดินเทรลตามคำแนะนำและป้ายประกาศเตือน

จริงๆผมว่า เค้าก็คงอยากเดินออกนอกเทรลเหมือนกันแหละ แต่ที่ไม่กล้าทำกันก็เพราะไอน้ำร้อนและพื้นดินด้านใต้เท้ามันไม่มีความเสถียร เพราะโอเวอร์คล็อก ไม่เกี่ยว ฮ่าฮ่าฮ่า

และมีอุณหภูมิสูงเกินกว่าน้ำเดือดถ้าพลาดไปไม่ตายก็เหมือนกะไก่ไหว้เจ้าตอนเอาลงไปลวกในหม้อน้ำเดือด

คิดดูเองละกันว่าถ้าเป็นคุณจะกล้าลองมั้ยล่ะ อีกอย่างถ้าฝ่าฝืนระเบียบอุทยาน เจ้าหน้าที่อุทยานเค้าก็ปรับคุณได้ (เคยโดนเพราะไปเก็บไม้มาทำฟืน) เสียเงินหลายตังค์ทีเดียวแหละ

นอกจากนี้เค้าสามารถถีบหัวคุณ เอ๊ย! เชิญคุณออกไปจากอุทยานได้อีกด้วย อยากให้อุทยานบ้านเราเป็นอย่างนี้บ้างจัง เบื่อจริงๆไปกลางเต็นท์นอนแล้วเจอวงเหล้าไม่ชวนกินด้วย ยันเช้าเหล้าก็ไม่ได้กินแถมอดนอนอีกต่างหาก



เอาล่ะพาไปเที่ยวต่อกันอีกทีที่ Mammoth Hot Spring

มีจุดเด่นคือ เนินเขาหินปูน (Limestone)

เกิดจากน้ำร้อนที่ละลายแร่ธาตุในดินขึ้นมา น้ำร้อนดังกล่าวไหลผ่านชั้นหินเกิดปฏิกิริยาเคมี (เค้าอธิบายแต่เราไม่รู้เรื่องเลยไม่ไปสนใจอ่ะน่ะ ดูชมความงามอย่างเดียวก็ทึ่งแล้ว)
ทำให้เกิดการตกค้างของแคลเซี่ยมคาร์บอเนต เป็นเทอร์เรซหินปูนสวยงาม

เจ้าหน้าที่บอกว่ารูปร่างมันก็จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆตามธรรมชาติ
ไว้มีโอกาสต้องกลับไปดูใหม่คงต้องเก็บตังค์อีกนาน

 



เขตสุดท้ายก็เป็นเขตที่เรียกว่า
Grand Canyon of Yellowstone
ซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟและการยุบตัวของผิวโลกในอดีต ในเขตนี้จุดเด่นอยูที่น้ำตกเรียกว่า "Lower and Upper Water Fall" จะมีจุดชมวิวที่ทางอุทยานจัดไว ้ เป็นอีกมุมมหาชนสำหรับนักท่องเที่ยวที่มักเก็บภาพถ่ายที่จุดนี้ของอุทยาน Yellowstoneนอกจากนี้ยังมี Lake และทุ่งหญ้า แนวต้นสน Pine ให้ถ่ายรูประหว่างทางที่ขับรถชมรอบอุทยานอีกมากมาย

การเดินทางไปเที่ยวชมอุทยาน ไปได้ทั้งทางรถและเครื่องบิน ถ้าคุณอยู่ในอเมริกาแล้วนะ และชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติล่ะก็ Yellow National Park แห่งนี้เป็นที่ที่คุณไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

เวลาที่อยู่ในอุทยานอย่างน้อยควรจะซักประมาณ 3-5 วันขึ้นไป เพราะขนาดพื้นที่ใหญ่มากจะได้เที่ยวชมแต่ละจุดได้อย่างเต็มที่ น้ำพุร้อน Geyser บางแห่งประทุไม่เป็นเวลา แต่ที่ใหญ่ๆจะมีเจ้าหน้าที่ศึกษาและเฝ้าสังเกตการณ์อยู่

บางทีโชคดีคุณอาจจะได้เห็นการประทุแบบครั้งใหญ่ของมัน เรียกว่า "Super Nova" อันนี้ไม่แน่ใจนะว่าเรียกถูกหรือเปล่า ที่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นสักครั้งอาจจะต้องใช้เวลาหลายสิบปีก็ได้

การเดินทางไปเที่ยวที่อุทยาน Yellowstone จะมี Season ที่อนุญาตให้เข้าท่องเที่ยวในอุทยานได้ซึ่งจะเป็นช่วง Summer (ราวเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม) ต้องทำการเช็คกับอุทยานเรื่องช่วงเวลาที่เปิดให้ท่องเที่ยวอีกครั้ง

สำหรับท่านที่สนใจเดินทางไปเที่ยวที่อุทยาน Yellowstone ในปีนี้
ลองดาวน์โหลด Trip planner 2003 เป็นข้อมูลได้เลยครับ

ก่อนจากสิ่งหนึ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับการจัดการการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติของต่างประเทศ และการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์จากการใช้สอย แต่ยังคงรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติเอาไว้ได้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่ทำลายสภาพแวดล้อม ความเข้ากันได้กับสภาพแวดล้อม น่าคิดเหมือนกันว่าทำไมอุทยานของเค้าสามารถมีถนนขับรถเข้าไปท่องเที่ยวได้ ลานกางเต็นท์สะอาด ขยะทิ้งเป็นที่เป็นทาง ห้องน้ำเพียงพอ

ก็ขอฝากไว้ให้เพื่อนๆที่รักการท่องเที่ยวทางธรรมชาติช่วยกันรักษา และใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติของเราอย่างหวงแหน เพื่อเก็บไว้ให้เป็นสมบัติของลูกหลานได้ชื่นชมกันอีกนานๆ

สวัสดีครับ

 

 

 

 



Copyright ? 2003 webmaster@photohobby.net . All rights reserved.
Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited